อีทีเอฟ

ETF ก็คือกองทุนที่มีลักษณะของความเป็นหุ้นผสมผสานไปด้วยในตัว ถ้าในกรณีกองทุนรวมตาม บลจ.ต่างๆที่ออกมา จะเป็นลักษณะที่เราจะต้องซื้อขายหน่วยลงทุน ผ่านกองทุนโดยตรง โดยที่จะเป็นไปตามราคาที่ทางกองทุนนั้นกำหนดตามสภาพตลาด กำไร หรือขาดทุนในเวลานั้น พูดง่ายๆคือถ้าคุณจะซื้อขายต้องรอให้ถึงช่วงเวลา และซื้อกับ บลจ.ของกองทุนรวมเท่านั้น 

แต่ถ้าเป็น ETF จะออกมาเป็นเสมือนหุ้นตัวหนึ่ง ที่ซื้อขายทั่วไปในตลาดหลักทรัพย์ ดังนั้นผู้สนใจลงทุนสามารถซื้อขายได้ผ่านทางตลาดหลักทรัพย์โดยตรง ทั้งนี้ก็จะมีการได้เงินปันผลของกองทุน เช่นเดียวกับหุ้นสามัญทั่วไป และยังมีโอกาสที่จะได้ส่วนต่างทางราคาของหุ้นตัวนี้ด้วยเช่นเดียวกัน พูดง่ายๆคือคุณสามารถเก็งกำไรได้ หรือถือยาวเพื่อรับปันผลก็ได้ เหมือนเป็นบริษัทที่นำเงินเราไปบริหารลงทุนในกลุ่มของหลักทรัพย์อื่นๆ หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ และจ่ายผลตอบแทนเป็นเงินปันผล หรือส่วนต่างราคา ทั้งนี้ราคาของหน่วยลงทุนตัวนี้จะขึ้นลงตามสภาพตลาดพื้นฐานของกองทุนที่นำไปลงทุนนั้นๆ

กรณีกองทุน CHINA ซึ่งซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ชื่อ CHINA ตามปกติ มีการซื้อขายปกติเหมือนหุ้นทั่วๆไป แต่ไม่ใช่บริษัทที่ลงทุนในประเทศไทย ซึ่งเป็นกองทุนที่ลงทุนในตลาดหุ้นจีน (เซี่ยงไฮ้และเซินเจิ้น เป็นหลัก) ดังนั้นแม้ว่าในช่วงนั้นประเทศไทยตลาดหุ้นจะอยู่ในขาลง หรือมีภัยทางการเมือง การก่อการร้าย หรือปฏิวัติ รัฐประหาร เจ้าตัว CHINA ก็จะไม่แกว่งราคาขึ้นลงตามปัจจัยภายในประเทศของไทย เพราะพื้นฐานของ ETF CHINA ลงทุนในประเทศจีน 100% แต่ก็แน่นอนหากจีนในช่วงนั้นตลาดหุ้นตก หรือมีภัยธรรมชาติหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ตลาดหุ้นไทยขึ้น หุ้นตัวนี้ก็จะร่วงลงตามปัจจัยพื้นฐานของจีน ไม่ใช่ของไทย

ETF มีไว้เพื่อบริหารความเสี่ยง หากในช่วงตลาดหุ้นของไทยขาลง จะได้มีการกระจายความเสี่ยงไปยังตลาดต่างประเทศ หรือกลุ่มอื่นๆ ในอนาคต ETF จะมีกองทุนเพิ่มเติมที่มากขึ้นในตลาดต่างประเทศ คาดว่าอาจจะกระจายไปตามตลาดหุ้นต่างๆทั่วโลก และมีกองทุนอื่นๆเช่นน้ำมัน หรือทองคำอีกด้วย ซึ่งอาจต้องรอระยะเวลาในการจัดการในส่วนนี้อีกพอประมาณ จึงจะเริ่มมีมากขึ้น ปัจจุบันยังมีน้อยและไม่แพร่หลาย แต่ในอนาคตคาดว่าจะเป็นหุ้นที่นักลงทุนสนใจที่จะกระจายความเสี่ยงการลงทุนของตนเองออกไปให้มากยิ่งขึ้น