ปัจจุบันผู้ลงทุนสามารถส่งคำสั่งในการซื้อขายผ่านโปรแกรม Streaming Pro ได้ในโปรแกรมเดียว และหากต้องการดูข้อมูลแยกรายบอร์ดก็สามารถดูได้จากข้อมูลหน้าเว็บไซต์ของโบรคเกอร์ซึ่งจะมีรายละเอียดแยกรายบอร์ด
ตลาดหลักทรัพย์จะกำหนดจำนวนหุ้นที่จะซื้อขายบนกระดานหลักเป็นหน่วยการซื้อขาย (เรียกว่า Board Lot) โดยทั่วไป 1 หน่วยการซื้อขายจะเท่ากับ 100 หุ้นทุกหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นจำนวนหุ้นขั้นต่ำที่นักลงทุนจะคีย์ซื้อขายได้ในแต่ละครั้ง หากต่ำกว่า 100 หุ้นก็สามารถส่งคำสั่งซื้อขายได้ผ่านโปรแกรม Streaming Pro แต่ข้อมูลดังกล่าวจะไปอยู่ในกระดานหน่วยย่อยแทน และผู้ลงทุนสามารถซื้อหุ้นครั้งละ 50 หุ้นได้เช่นกันในกรณีที่เป็นหุ้นราคาสูงซึ่งมีราคาปิดตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไปเป็นระยะเวลา 6 เดือน จะถูกกำหนดให้ 1 หน่วยการซื้อขายเท่ากับ 50 หุ้น
การซื้อขายหลักทรัพย์ตามช่วงราคา จะขึ้นอยู่กับระดับราคาซื้อขายของแต่ละหลักทรัพย์ ซึ่งมีการแบ่งออกเป็น 8 กลุ่มตั้งแต่ช่วงราคาละ 0.01 บาท จนถึงช่วงราคาละ 2.00 บาท โดยเริ่มใช้การกำหนดช่วงราคาซื้อขายหลักทรัพย์ตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค. 2552 เป็นต้นมา
| ระดับราคาเสนอซื้อ | ช่วงราคา (บาท) |
|---|---|
| ต่ำกว่า 2 บาท | 0.01 |
| ตั้งแต่ 2 บาท แต่ต่ำกว่า 5 บาท | 0.02 |
| ตั้งแต่ 5 บาท แต่ต่ำกว่า 10 บาท | 0.05 |
| ตั้งแต่ 10 บาท แต่ต่ำกว่า 25 บาท | 0.10 |
| ตั้งแต่ 25 บาท แต่ต่ำกว่า 100 บาท | 0.25 |
| ตั้งแต่ 100 บาท แต่ต่ำกว่า 200 บาท | 0.50 |
| ตั้งแต่ 200 บาท แต่ต่ำกว่า 400 บาท | 1.00 |
| ตั้งแต่ 400 บาทขึ้นไป | 2.00 |
ช่วงเวลาในการซื้อขายหลักทรัพย์นั้นแบ่งออกเป็น 2 ช่วงเวลา ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดทำการของธนาคารพาณิชย์)
1. ช่วงการซื้อขายรอบเช้า (Morning Session)
2. ช่วงการซื้อขายรอบบ่าย (Afternoon Session)
ตลาดหลักทรัพย์เปิดให้มีการซื้อขายหลักทรัพย์นอกเวลาทำการ (Off-hour Trading) เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 20-25 นาที นับตั้งแต่เวลาปิดการซื้อขายประจำวันที่ได้จากการสุ่มเลือก ไปจนถึงเวลา 17.00 น. เพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถปรับพอร์ตการลงทุนในวันนั้นๆ ให้เหมาะสมและสะดวกยิ่งขึ้น รวมทั้งเพื่อรองรับการซื้อขายหลักทรัพย์ข้ามตลาดระหว่างประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ผู้ลงทุนสามารถตั้งคำสั่งซื้อขายล่วงหน้าได้หลังจากเวลา 17.00 น. ซึ่งเป็นเวลาปิดตลาด และคำสั่งที่วางไว้หลัง 17.00 น. จะเป็นคำสั่งซื้อขายในวันทำการถัดไป
ราคาเสนอซื้อขายสูงสุดและต่ำสุด
เพื่อเป็นการลดความเสียงในการลงทุนให้กับผู้ลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงมีเหตุการณ์ไม่ปกติเกิดขึ้นส่งผลให้ราคาหลักทรัพย์มีการขึ้นลงผันผวนอย่างรุนแรง ตลาดหลักทรัพย์กำหนดให้ราคาเสนอซื้อเสนอขายในแต่ละวันสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้สูงสุดไม่เกินร้อยละ 30 ของราคาซื้อขายครั้งสุดท้ายในวันทำการก่อนหน้า (Ceiling และ Floor) แต่มีข้อยกเว้น
Circuit Breaker
หากภาวะการซื้อขายเกิดการเปลี่ยนแปลงลดลงอย่างผิดปกติ ตลาดหลักทรัพย์จะมีมาตรการพิเศษคือ เซอร์กิต เบรคเกอร์ (Circuit Breaker) เพื่อหยุดการซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งหมดเป็นการชั่วคราว เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับทราบสถานการณ์และมีเวลาไตร่ตรองข้อมูลข่าวสารที่เกิดขึ้น ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนต่อไป